เกี่ยวกับ พรีเมียร์ลีก Premier League

ประวัติพรีเมียร์ลีก ความเป็นมา Premier League กว่าจะมาเป็น ลีกอังกฤษ ในปัจจุบัน ทำเนียบแชมป์ พรีเมียร์ลีก ทีมใดคว้าแชมป์ มากสุด ติดตามได้ที่นี่

Image

เปิดตำนาน พรีเมียร์ลีก ยุคทองแห่ง วงการลูกหนัง อังกฤษ

พรีเมียร์ลีก (Premier League) เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2535 ภายใต้ในการปกครอง สมาคมฟุตบอลอังกฤษ ฟุตบอลลีกใช้ชื่อฟุตบอลลีกดิวิชั่น 1 ซึ่งพวกเขาได้มีการแข่งขันครั้งแรกในปี พ.ศ. 2431 แล้วในฤดูกาล 1992 ถึง 1993 ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่เนื่องจากได้มีนักธุรกิจของสถานีโทรทัศน์ sky ได้ผลักดันให้กับสโมสรฟุตบอลถอนตัวออกมาแล้วจัดตั้งทีมเป็น ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ในขณะเดียวกันทางฟุตบอลลีกเดิมก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็นดิวิชั่น 2 แล้วในช่วงต่อมาที่ทำให้วงการฟุตบอลตกต่่ำที่สุดในฤดูกาลนั้น

สำหรับเหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นระหว่างการแข่งขันทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 56 คนในวันที่ 15 เมษายน 2532 ณ สนามฟุตบอลฮิลล์โชว์ของสโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์เวนส์เดย์ จากโศกนาฏกรรมเฮเซลในครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 39 คนทำให้ทางยูฟ่ายกเลิกไม่ให้ สโมสรอังกฤษ เข้ามาแข่งขันเพื่อชิงถ้วยเพื่อชิงถ้วยนานถึง 5 ปี

หลังจากที่เหตุการณ์เลวร้ายผ่านไปร่วม 5 ปี ทำให้แฟนฟุตบอลไม่สามารถได้ชมฟุตบอลได้อีก เพราะกลัวจะเกิดอุบัติเหตุกับสภาพสิ่งแวดล้อมของสนาม ที่แย่ ที่ไม่ได้รับการดูแลความสะดวกสบาย และความปลอดภัย ของผู้เข้าชมฟุตบอล ทำให้มีการตัดสินถ่ายทอดสดในโทรทัศน์แทนการมาเชียร์ในสนามฟุตบอล

ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ที่เลวร้าย รัฐบาลของอังกฤษ ได้สอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น นำทีมโดยปีเตอร์ เทเลอร์ ผู้พิพากษาเป็นกรรมการในการสอบสวนครั้งนี้จนในที่สุดได้มีการรายงานความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษ เพราะได้มีกำหนดให้กับสโมสรทุกสโมสร ต้องปรับปรุงสนามให้เป็นที่หน้าประทับใจแก่ผู้ที่มาเข้าชมทุกท่าน

ในวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ได้มีการก่อตั้งเพื่อวางหลักสำคัญในการจัดตั้ง ลีกอังกฤษ ขึ้นใหม่ด้วยตัวเอง ทำให้ พรีเมียร์ลีก มีอิสระในการใช้สิทธิ์การขายถ่ายทอดสดในโทรทัศน์ของตนเอง ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2535 FA Premier League ได้จดทะเบียนในรูปบริษัทกับสโมสรชื่อดังถึง 20 แห่ง ด้วยกัน

-- ทำเนียบแชมป์ พรีเมียร์ลีก Premier League --

Image

ในฤดูกาล 1992 ถึง 1993 ทีมที่ได้แชมป์คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุนซือเป็น อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดยในฤดูกาลนั้น เอริค คันโตน่า เพิ่งย้ายมาร่วมทีม ปีศาจแดง และเขาก็กลายเป็น นักเตะปีศาจแดง ที่คว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก ปีแรกเลยก็ว่าได้

Image

ฤดูกาล 1993 ถึง 1994 ทีมที่คว้าแชมป์คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้จัดการทีม อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และยังคงเป็น เอริก คันโตน่า ที่ยังนำทีมคว้าแชมป์ได้เป็นครั้งที่สองของ การแข่งขันพรีเมียร์ลีก ในปีนี้อีกด้วย

Image

ฤดูกาล 1994 ถึง 1995 ทีมที่ได้แชมป์คือ แบล็กเบิร์น โรเวอส์ กุนซือของทีมชื่อ เคนนี่ ดันกริด โดย อลัน เชียร์เรอร์ และ คริส ซัตตัน ยิงประตูถึง 49 ประตูทำให้เขาได้พาทีมคว้า แชมป์ลีกอังกฤษ ได้เป็นผลสำเร็จ

Image

ในฤดูกาล 1995 ถึง 1996 ทีมที่คว้าแชมป์ได้คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุนซือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นอีกครั้งที่ แมนยูไนเต็ด ได้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ โดยผู้จัดการทีม เฟอร์กี้ ของทีม ปีศาจแดง ที่ได้พยายามคว้าแชมป์ภายใต้สโลแกน เฟอร์กี้ เบ็บส์

Image

ในฤดูกาล 1996 1997 ที่คว้าแชมป์คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กุนซือเจ้าเดิม อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งในปีนี้เป็นปีแจ้งเกิดของ เดวิด เบ็คแฮม ในจากการยิงประตูของเขา ทำ เบ็คแฮม ให้กลายเป็นนักเตะที่มีชื่อเสียง และพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้เป็นผลสำเร็จ

Image

ฤดูกาล 1997 ถึง 1998 ทีมที่ได้แชมป์ คือ อาร์เซนอล และ ผู้จัดการทีม คือ อาร์แซน เวนเกอร์ ซึ่งพวกเขาได้คว้าแชมป์ โดยมีคะแนนเหนืออันดับ 2 อย่าง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แค่ 1 คะแนน เท่านั้น

Image

ฤดูกาล 1998 ถึง 1999 ทีมที่ชนะ และได้เป็นแชมป์คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยเขาได้ทำการทวงแชมป์คืนจาก ทีมอาร์เซนอล ด้วยคะแนนเพียง 1 คะแนน จากประวัติศาสตร์การคว้า แชมป์ทริปเปิ้ลแชมป์ ยูโรเปี้ยน คัพ พรีเมียร์ลีก AF คัพ ได้เป็นผลสำเร็จ

Image

ฤดูกาล 1999 ถึง 2000 สโมสรที่คว้าแชมป์ คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ภายใต้การทำทีมของกุนซือ เซอร์อเล็กซ์ ซึ่งในฤดูกาลนี้ เขาคว้าแชมป์ได้โดยทิ้งอันดับ 2 อย่าง ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ถึง 18 คะแนน ด้วยกัน

Image

ฤดูกาล 2000 ถึง 2001 ทีมที่ได้เเชมป์ ตกเป็นของ เจ้าเดิม อย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็น กุนซือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่คุมทีมในฤดูกาลนี้เช่นกัน โดยในปีนี้ เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม ในวัย 35 ปี ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม และคว้ารางวัล นักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี ของสมาคมฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ หรือ BFA ไปครองได้สำเร็จ

Image

ฤดูกาล 2001 ถึง 2002 ทีมที่คว้าแชมป์คือ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ผู้จัดการทีม อาร์แซน เวนเกอร์ ซึ่งการคว้าแชมป์ครั้งนี้ เธียร์รี่ อองรี มีส่วนช่วยในการพาทีมคว้าแชมป์ แล้วเขายังเป็นดาวซัลโวสูงสุดในลีกอีกด้วย โดยผลงานที่เขาการทำประตูถึง 24 ประตู ด้วยกัน

Image

ในฤดูกาล 2002-2003 ทีมที่คว้าแชมป์คือ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กุนซือ เฟอร์กี้ เขาได้เลิกคุมทีม หลังจากจบในฤดูกาล 2001-2002 แต่ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจที่จะคุมทีมต่อ และนำทีมทวงแชมป์คืนจาก อาร์เซนอล ได้สำเร็จ ด้วยกำลังสำคัญอย่างรุด ฟาน นิสเตลรอย โดยทำประตูได้ถึง 25 ประตู

Image

ฤดูกาล 2003 ถึง 2004 ทีมที่คว้าแชมป์คือ อาร์เซนอล ผู้จัดการทีม อาร์แซน เวนเกอร์ ซึ่งในฤดูกาลนี้ พวกเขาไม่แพ้ทีมใดเลย จนได้รับฉายาว่า "อาร์เซน่อล ผู้ไร้เทียมทาน" (The Invincibles)

Image

ในฤดูกาล 2004 ถึง 2005 ทีมที่คว้าแชมป์คือ เชลซี กุนซือคุมทีม คือ โซเซ่ มูรินโญ่ โดยเขาได้โชว์ผลงานด้วยการพาทีมอย่าง สิงห์บูล คว้าแชมป์ ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เขาได้เข้ามาร่วมกับทีม

Image

ในฤดูกาล 2005-2006 ทีมที่ได้แชมป์คือ เชลซี สิงห์บูล กุนซือ โซเซ่ มูรินโญ่ โดยในฤดูกาลนี้ เขามีความสุดยอดอีกครั้ง ในการพา ทีมเชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน

Image

ในฤดูกาล 2006-2007 ทีมที่คว้าแชมป์ได้คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุนซือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และเป็นอีกครั้งที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้โชว์ฟอร์มเตะยอดเยี่ยม และคว้ารางวัล นักกีฬาฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยม จากสมาคมนักฟุตบอลของอังกฤษ ไปครอง

Image

ในฤดูกาล 2007-2008 ทีมที่คว้าแชมป์ได้คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นอีกปีที่ ปีศาจแดง ได้คว้าแชมป์ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และ ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีก ไปพร้อมกัน โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เขาได้รับรางวัล ดาวซัลโว สูงสุด ในลีก ด้วยการยิงประตูไปถึง 31 ประตู และได้คว้า นักเตะยอดเยี่ยม จากสมาคมนักฟุตบอลมืออาชีพ และยังส่งผลให้เขาได้คว้านักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรปไปครองอีกด้วย

Image

ในฤดูกาล 2008-2009 ทีมที่คว้าแชมป์คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุนซือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งในฤดูกาลนี้ เป็นปีสุดท้ายของ คริสเตียโน่ ก่อนย้ายไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด และเขาก็สามารถทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม ด้วยการยิงประตูไปถึง 18 ประตู ทำให้ ทีมปีศาจแดง ผงาดในการคว้าแชมป์เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน

Image

ฤดูกาล 2009-2010 เชลซี เป็นทีมที่ได้เเชมป์ และเป็นปีแรกของ ผุ้จัดการทีม อย่าง คาร์โล อันเชล็อตติ และเขาก็ไม่ทำให้ทีมผิดหวัง ทำผลงานด้วยการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ร่วมงานกับทีม

Image

ในฤดูกาล 2010-2011 ทีมที่คว้าแชมป์คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุนซือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่งในฤดูกาลนี้พวกเขาได้กลายมาเป็นทีมที่คว้าแชมป์สูงสุดของอังกฤษมากถึง 19 สมัย อีกทั้งพวกเขายังได้ทำลายสถิติแชมป์ลีกสูงสุดถึง 18 สมัยของ ลิเวอร์พลู ลงได้สำเร็จอีกด้วย

Image

ฤดูกาล 2011-2012 ทีมที่คว้าแชมป์คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุนซือ โรแบร์โต้ มันชินี่ โดย เรือใบสีฟ้า จบฤดูกาลด้วยคะแนนถึง 89 คะแนน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พวกเขาต้องวัดแชมป์ด้วยการผลต่างประตูได้เสีย แต่ถึงอย่างไรนั้น พวกเขาก็มีผลคะแนนดีกว่า ปีศาจแดง ถึง 8 ประตูด้วยกัน

Image

ฤดูกาล 2012-2013 ทีมที่คว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กุนซือ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน และนี่เป็นอีกครั้งที่ ทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กลับมาทวงแชมป์คืนจาก แมนซิตี้ ด้วยการที่พวกเขาได้คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ เป็นสมัยที่ 20 พร้อมทั้งปิดฉากการคุมทีมของ ท่านเซอร์ ลงหลังอยู่คุมทีมมานานถึง 27 ปี

Image

ในฤดูกาล 2013-2014 ทีมที่คว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กุนซือ มานูเอล เปเยกรินี่ และนี่เป็นครั้งแรกของ กุนซือ รายนี้ ที่นำทีมคว้าแชมป์ในฤดูกาลแรกที่เข้ามาคุมทีม อีกทั้งยังส่งผลให้พวกเขาได้แชมป์เป็นสมัยที่ 2 ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมาอีกด้วย

Image

ในฤดูกาล 2014-2015 ทีมที่ได้แชมป์คือ เชลซี ภายใต้การคุมทีมของ โซเซ่ มูรินโญ่ โดย สิงห์บูล ทำการคว้าชัยมาครองได้สำเร็จ ก่อนจบฤดูกาล เพราะพวกเขามีคะแนนนำห่างทีมคู่แข่งออกไปมาก ในขณะที่ยังเหลือการแข่งขันอยู่อีก 3 นัด

Image

ฤดูกาล 2015-2016 ทีมที่คว้าแชมป์ เลสเตอร์ ซิตี้ ภายใต้การคุมทีมของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ซึ่งนี่นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของทีม จิ้งจอกสยาม เลยก็ว่าได้ หลังจากเริ่มก่อตั้งสโมสรในปี 1884 อีกทั้ง รานิเอรี่ ก็ได้ แชมป์ลีกสูงสุด เป็นครั้งแรกในชีวิตการคุมทีมของเขาด้วยเช่นกัน

Image

ฤดูกาล 2016-2017 ทีมที่คว้าแชมป์ได้คือทีม เชลซี และนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี้ที่ สิงห์บูล ชนะต่อ 1 ฤดูกาลได้มากมี่สุดถึง 30 เกม โดยมี อันโตนิโอ คอนเต้ เป็น หัวเรือใหญ่ นำทีมคว้าแชมป์ได้โดยตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่เขาเข้ามาคุมทีม

Image

ฤดูกาล 2017-2018 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำการคว้าแชมป์ พร้อมกับทำลายสถิติ อีกมากมาย ด้วยการเป็นทีมแรกที่เก็บได้ถึง 100 แต้ม, ทิ้งห่างอันดับ 2 มากที่สุดคือ 19 แต้ม, เก็บชัยชนะได้มากสุด (32 นัด), ยิงประตูได้มากที่สุด (106 ประตู) และ ชนะติดต่อกันมากที่สุด (18 เกม)